การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวหรือมีแผนทำงานในประเทศไทย หลายคนสงสัยว่า
“วีซ่าคู่สมรส VS วีซ่าทำงาน แบบไหนเปลี่ยนง่ายกว่า?” และ “ใช้เวลากี่วันในการเปลี่ยนหรือยื่นขอใหม่?”
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข ขั้นตอน เอกสาร จุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละประเภท รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อวีซ่าของ PMP Group Solutions (Thailand) เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการยื่นเอกสารผิดพลาด
วีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa Thailand) คืออะไร?
วีซ่าคู่สมรส (Non-Immigrant O – Marriage Visa) คือวีซ่าที่ออกให้แก่ชาวต่างชาติซึ่งสมรสกับคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และต้องการพำนักในประเทศไทยในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องทำงาน
เงื่อนไขหลักของการขอวีซ่าคู่สมรส
เพื่อให้การขอ Marriage Visa Thailand ผ่านอย่างราบรื่น ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีใบทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยต้องเป็นทะเบียนสมรสที่จดกับอำเภอในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงใบรับรองจากต่างประเทศ
- มีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยอย่างน้อย 400,000 บาท หรือมีรายได้ประจำเดือนละ อย่างน้อย 40,000 บาท พร้อมหลักฐาน เช่น สลิปเงินเดือนหรือจดหมายรับรองรายได้
- มีหลักฐานการอยู่ร่วมกันจริงกับคู่สมรสคนไทย เช่น ภาพถ่ายคู่ที่บ้าน รายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน หรือพยานบุคคลรับรอง มีประวัติการพำนักถูกต้องตามกฎหมายไทย ไม่ Overstay เป็นต้น
วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) คืออะไร?
วีซ่าทำงาน (Non-Immigrant B – Business Visa) คือวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติพำนักในประเทศไทยเพื่อทำงานกับบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ควบคู่กัน
เงื่อนไขหลักของการขอวีซ่าทำงาน
- มีจดหมายรับรองจากบริษัทในไทย ที่ระบุรายละเอียดตำแหน่ง เงินเดือน และหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน
- บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนและพนักงานคนไทยตามเกณฑ์กฎหมาย ปกติคือ ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทต่อคนต่างชาติ 1 คน และต้องมีพนักงานคนไทยอย่างน้อย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน
- ต้องได้รับการอนุมัติใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จากกรมการจัดหางาน
- มีหลักฐานเสียภาษีและรายได้อย่างถูกต้อง
เปรียบเทียบ “วีซ่าคู่สมรส VS วีซ่าทำงาน”
| รายการเปรียบเทียบ | วีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa) | วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) |
| วัตถุประสงค์หลัก | พำนักระยะยาวในไทยเนื่องจากสมรสกับคนไทย | ทำงานและพำนักในไทยอย่างถูกกฎหมาย |
| เงื่อนไขด้านการเงิน | เงินฝาก 400,000 บาท หรือรายได้เดือนละ 40,000 บาท | บริษัทมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทต่อชาวต่างชาติ 1 คน |
| เอกสารที่ต้องใช้ | ทะเบียนสมรส, รูปถ่ายคู่, บัญชีธนาคาร, หนังสือรับรอง | หนังสือรับรองการจ้างงาน, หนังสือเชิญจากบริษัท, เอกสารบริษัท |
| ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) | ขอเพิ่มได้ภายหลัง | จำเป็นต้องมีตั้งแต่แรก |
| ระยะเวลาอนุมัติ | ประมาณ 4–6 สัปดาห์ | ประมาณ 2–4 สัปดาห์ |
| ความซับซ้อนของขั้นตอน | ปานกลาง ต้องมีการสัมภาษณ์คู่สมรสบางกรณี | ซับซ้อนกว่าหากบริษัทไม่มีเอกสารครบ |
| ระยะเวลาพำนักต่อครั้ง | ต่ออายุได้ปีต่อปี | ต่ออายุได้ปีต่อปี |
| โอกาสถูกปฏิเสธ | ปานกลาง เน้นตรวจสอบความสัมพันธ์ | ปานกลางถึงสูง เน้นตรวจสอบบริษัทและตำแหน่งงาน |
วีซ่าคู่สมรส VS วีซ่าทำงาน ใช้เวลาเปลี่ยนประเภทวีซ่ากี่วัน?
หากคุณอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว และต้องการเปลี่ยนเป็นวีซ่าคู่สมรสหรือวีซ่าทำงาน จะใช้เวลาประมาณดังนี้
- เปลี่ยนเป็นวีซ่าคู่สมรส: 30–45 วัน
- เปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน: 15–30 วัน
- ต่ออายุ (Renewal) ปีถัดไป: 1–3 สัปดาห์ กรณีเอกสารครบและไม่มีปัญหาทางกฎหมาย
ทั้งนี้ หากต้องการเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทย ควรเริ่มดำเนินการอย่างน้อย 60 วันก่อนวันหมดอายุของวีซ่าปัจจุบันเพื่อป้องกันความล่าช้า
จุดแข็งและจุดอ่อนของวีซ่าแต่ละประเภท
วีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa Thailand)
จุดแข็ง:
- ใช้เงื่อนไขด้านการเงินที่เบากว่าวีซ่าทำงาน
- ไม่ต้องมีนายจ้างหรือบริษัทสนับสนุน
- สามารถต่ออายุได้ทุกปีตราบที่ยังสมรสและพำนักอยู่จริง
จุดอ่อน:
- ต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์อย่างละเอียด
- อาจมีการสัมภาษณ์และตรวจเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
- หากหย่าร้าง วีซ่าจะสิ้นสภาพทันที
วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand)
จุดแข็ง:
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานอย่างถูกกฎหมาย
- สามารถขอวีซ่าครอบครัว (Dependent Visa) ให้คู่สมรสและบุตรได้
- หากมีการจ้างงานต่อเนื่อง สามารถต่ออายุระยะยาวได้ง่าย
จุดอ่อน:
- ขั้นตอนซับซ้อนกว่ามาก เพราะต้องมีเอกสารบริษัทครบ
- หากลาออกหรือตกงาน วีซ่าจะหมดอายุทันที
- ต้องมีการรายงานที่อยู่และรายได้ต่อกรมตรวจคนเข้าเมืองเป็นประจำ
วีซ่าคู่สมรส VS วีซ่าทำงาน เลือกวีซ่าให้เหมาะกับชีวิตคุณในประเทศไทย
การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่อง “เอกสาร” แต่เป็นเรื่องของ “รูปแบบชีวิต” ในประเทศไทยของคุณด้วย วีซ่าแต่ละประเภทมีข้อดี–ข้อจำกัดที่ต่างกัน หากเลือกผิดอาจทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่จำเป็น การเข้าใจลักษณะของ Marriage Visa (วีซ่าคู่สมรส) และ Work Visa Thailand (วีซ่าทำงาน) อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้คุณวางแผนชีวิตในระยะยาวได้มั่นคงกว่าเดิม
วีซ่าคู่สมรส (Non-Immigrant O หรือ O-A Marriage Visa) เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนไทยและต้องการพำนักระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องทำงานในประเทศไทย จุดเด่นของวีซ่านี้คือ เส้นทางสู่การพำนักระยะยาวที่มั่นคง เพราะสามารถต่ออายุได้ทุกปีตราบเท่าที่ความสัมพันธ์ทางกฎหมายยังคงอยู่
ถ้าคุณมาทำงานกับบริษัทในไทย วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) คือทางเลือกที่เหมาะสม Work Visa (Non-Immigrant B) เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับข้อเสนอจากบริษัทไทยหรือองค์กรที่จดทะเบียนในประเทศไทย จุดแข็งของวีซ่าประเภทนี้คือความมั่นคงในสายอาชีพ เพราะเมื่อคุณได้รับการจ้างงานและมี Work Permit แล้ว การทำงานในไทยจะเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย
| เกณฑ์ | เหมาะกับวีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa) | เหมาะกับวีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) |
| มีคู่สมรสคนไทย | ใช่ | ไม่จำเป็น |
| ต้องการทำงานในไทย | ได้ (ขอ Work Permit เพิ่ม) | ได้ พร้อม Work Permit |
| ไม่อยากพึ่งนายจ้าง | ใช่ | ต้องพึ่งบริษัท |
| ต้องการรายได้จากต่างประเทศ | เหมาะมาก | ไม่เกี่ยวข้อง |
| วางแผนพำนักถาวรในอนาคต | มีโอกาสขอ PR | มีสิทธิ์หากพำนักต่อเนื่อง |
| ขั้นตอนการยื่นเอกสาร | ง่ายกว่า | ซับซ้อนกว่า |
ขั้นตอนการเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทย
- เตรียมเอกสารครบถ้วนตามประเภทที่ต้องการ
- ยื่นคำขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Office)
- ชำระค่าธรรมเนียม
- รอการตรวจสอบเอกสารและสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
- รับหนังสืออนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด
วีซ่าคู่สมรสกับวีซ่าทำงาน แบบไหนเปลี่ยนง่ายกว่า ใช้เวลากี่วัน
หนึ่งในคำถามที่ชาวต่างชาติถามบ่อยที่สุดคือ ถ้ามีวีซ่าทำงานอยู่แล้ว อยากเปลี่ยนเป็นวีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa) ใช้เวลานานไหม?” หรือในทางกลับกัน — “ถ้ามีวีซ่าคู่สมรสอยู่ แต่อยากเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) จะยากไหม?” คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูล และจุดประสงค์ในการพำนัก” แต่เพื่อให้เห็นภาพชัด เราจะมาเปรียบเทียบทีละขั้นตอนว่าการเปลี่ยนแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และใช้เวลากี่วันโดยเฉลี่ย
กรณีที่ 1: จาก “วีซ่าทำงาน” → “วีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa)”
สถานการณ์นี้พบบ่อยในกรณีที่ชาวต่างชาติแต่งงานกับคนไทยระหว่างทำงานในประเทศไทย หรือบางคนหมดสัญญาจ้างและต้องการอยู่ต่อในฐานะคู่สมรสอย่างถูกกฎหมาย
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องมี
- ใบทะเบียนสมรส (จดทะเบียนถูกต้องในประเทศไทย)
- หนังสือรับรองรายได้หรือเงินฝากในธนาคารไทยอย่างน้อย 400,000 บาท (คงอยู่ในบัญชีไม่ต่ำกว่า 2 เดือนก่อนยื่น)
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของคู่สมรสคนไทย
- หลักฐานการใช้ชีวิตคู่ เช่น รูปถ่ายร่วมกัน, สัญญาเช่าบ้าน, บิลค่าน้ำค่าไฟร่วม
ขั้นตอนโดยทั่วไป
- ยื่นคำร้องเปลี่ยนประเภทวีซ่า ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายในประเทศไทย ก่อนวีซ่าปัจจุบันหมดอายุ
- แนบเอกสารการสมรสและหลักฐานการเงิน
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความสัมพันธ์ บางกรณีอาจมีการสัมภาษณ์คู่สมรส หรือเยี่ยมที่พัก
- หากผ่าน เงื่อนไขจะอนุมัติเป็นวีซ่าประเภท Non-Immigrant O (Marriage Visa) ระยะเวลา 1 ปี
ระยะเวลาดำเนินการ
โดยทั่วไป: 15–30 วันทำการ หากเอกสารครบและไม่มีข้อสงสัย กรณีมีการตรวจสอบความสัมพันธ์เพิ่ม อาจใช้เวลาถึง 45 วัน
คำแนะนำ
ควรเริ่มยื่นอย่างน้อย 30 วันก่อนวีซ่าเดิมหมดอายุเพื่อป้องกันการ Overstay และเก็บหลักฐานการใช้ชีวิตคู่ไว้อย่างต่อเนื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบย้อนหลังทุกครั้งที่ต่ออายุ
กรณีที่ 2: จาก “วีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa)” → “วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand)”
กรณีนี้มักเกิดขึ้นเมื่อชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสในไทย ได้รับข้อเสนอการทำงานจากบริษัทไทย
และต้องการเปลี่ยนจากสถานะพำนักในฐานะคู่สมรส มาเป็นผู้ถือ Non-Immigrant B (Business Visa)
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องมี
- หนังสือรับรองการจ้างงาน (Job Offer Letter)
- หนังสือเชิญจากบริษัท (Invitation Letter)
- หนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD Certificate)
- หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ภาพถ่ายสถานประกอบการ
- บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 2 ล้านบาท และมีพนักงานไทยอย่างน้อย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน ตามข้อกำหนดของกรมแรงงาน
ขั้นตอนโดยทั่วไป
- บริษัทออกเอกสารรับรองและคำเชิญให้ชาวต่างชาติทำงาน
- ยื่นขอเปลี่ยนประเภทวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- เมื่อได้รับอนุมัติเป็นวีซ่า Non-B แล้ว จึงไปยื่นขอ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่กรมการจัดหางาน
- เมื่อได้รับ Work Permit แล้ว ต้องแจ้ง Immigration เพื่ออัปเดตสถานะพำนัก
ระยะเวลาดำเนินการ
การเปลี่ยนประเภทวีซ่าจะใช้เวลาประมาณ 10–21 วันทำการ ขอ Work Permit อีก 7–10 วันทำการ รวมทั้งหมดประมาณ 3–4 สัปดาห์
คำแนะนำ
หากคุณอยู่ในไทยด้วย Marriage Visa ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องออกนอกประเทศ
แต่หากวีซ่ากำลังจะหมด ควรรีบยื่นภายใน 7–10 วันก่อนวันหมดอายุ เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธ
ตารางสรุป เปลี่ยนวีซ่าประเภทไหนง่ายกว่า?
| รายการ | จาก Work Visa → Marriage Visa | จาก Marriage Visa → Work Visa |
| จุดประสงค์หลัก | พำนักกับคู่สมรสคนไทย | ทำงานในบริษัทไทย |
| ความซับซ้อนของเอกสาร | ปานกลาง เน้นความสัมพันธ์จริง | สูง เน้นเอกสารบริษัทและการจ้างงาน |
| ใช้เวลาประมาณ | 15–30 วัน | 21–30 วัน |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ตรวจคนเข้าเมือง | ตรวจคนเข้าเมือง + กรมแรงงาน |
| โอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ | มีในบางกรณี | มีน้อยกว่า |
| ความยืดหยุ่นในอนาคต | สูง ต่ออายุได้เรื่อย ๆ | สูง สามารถขอ Dependent Visa ให้ครอบครัวได้ |
โดยทั่วไป การเปลี่ยนจากวีซ่าทำงานเป็นวีซ่าคู่สมรสจะง่ายกว่าเล็กน้อย เพราะเน้นหลักฐานทางครอบครัวและการเงินส่วนบุคคล ส่วนการเปลี่ยนจากวีซ่าคู่สมรสเป็นวีซ่าทำงาน แม้ใช้เวลาพอ ๆ กัน แต่ต้องผ่านขั้นตอนเอกสารของบริษัทและการอนุมัติจากกรมแรงงาน ซึ่งใช้เวลามากกว่า ดังนั้น หากคุณแต่งงานกับคนไทยและต้องการพำนักระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งนายจ้าง การเปลี่ยนจาก Work Visa Thailand เป็น Marriage Visa จะสะดวกและยืดหยุ่นกว่าในระยะยาว
ทำไมบางคนเปลี่ยนวีซ่าแล้วใช้เวลานานกว่าที่คิด?
การเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทย เช่น จากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าทำงาน หรือจากวีซ่าคู่สมรสเป็นวีซ่าพำนักระยะยาว มักใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคาดไว้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยด้านเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล และขั้นตอนการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแม้จะเป็นกระบวนการมาตรฐาน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถทำให้ระยะเวลายืดออกไปได้หลายสัปดาห์
หนึ่งในสาเหตุหลักคือ เอกสารไม่ครบหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เช่น บัญชีธนาคารไม่แสดงยอดเงินตามข้อกำหนดของประเภทวีซ่านั้น ๆ เช่น วีซ่าผู้เกษียณต้องมีเงินฝาก 800,000 บาทในบัญชีไทย หรือเอกสารบริษัทที่ใช้ประกอบการขอวีซ่าทำงานขาดลายเซ็นกรรมการ หรือยังไม่ได้รับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความผิดพลาดเล็กน้อยในเอกสารเหล่านี้อาจทำให้เจ้าหน้าที่ต้องส่งกลับเพื่อแก้ไข ส่งผลให้กระบวนการล่าช้าออกไป
อีกปัจจัยสำคัญคือ การตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรมสรรพากร และธนาคาร ซึ่งต้องใช้เวลาในการประสานข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง หากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งใช้เวลาตรวจสอบนาน จะกระทบต่อระยะเวลารวมของการอนุมัติทั้งหมด
บางกรณี เจ้าหน้าที่อาจเรียกสัมภาษณ์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์หรือวัตถุประสงค์การพำนัก โดยเฉพาะในกรณีวีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa) หรือวีซ่าผู้ติดตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าความสัมพันธ์เป็นจริง ไม่ใช่การยื่นขอเพื่อผลประโยชน์ด้านวีซ่าเท่านั้น การสัมภาษณ์อาจต้องรอคิวหรือนัดหมายใหม่ ทำให้กระบวนการยืดยาวขึ้น
สุดท้าย หากผู้สมัครขอวีซ่าผ่านเอกสารของบริษัท เช่น หนังสือรับรองการทำงานหรือการค้ำประกันจากนายจ้าง แต่บริษัทนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีหรือยังไม่ยื่นภาษีครบถ้วน ก็อาจถูกตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่ต้องยืนยันสถานะความถูกต้องของบริษัทตามระบบภาษีของกรมสรรพากร
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้บางคนต้องใช้เวลานานกว่าที่คิดในการเปลี่ยนวีซ่าในประเทศไทย ดังนั้น หากต้องการให้กระบวนการรวดเร็วและราบรื่น ควรตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารทุกฉบับล่วงหน้า และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าที่มีประสบการณ์ เช่น PMP Group Solutions (Thailand) เพื่อช่วยประสานงานและจัดเตรียมเอกสารอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงในการถูกเรียกแก้ไขหรือสัมภาษณ์ซ้ำ
บริการเปลี่ยนประเภทวีซ่ากับ PMP Group Solutions (Thailand)
การเปลี่ยนประเภทวีซ่า เช่น จากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นวีซ่าคู่สมรส หรือจากวีซ่าทำงานเป็นวีซ่าพำนักระยะยาว มักเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องยื่นเอกสารกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน และธนาคาร PMP Group Solutions (Thailand) จึงเข้ามาช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้น ด้วยทีมที่ปรึกษาด้าน Immigration & Work Permit ที่มีประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปี
เราดูแลทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร การเตรียมบัญชีเงินฝากให้เป็นไปตามเกณฑ์ การจัดเตรียมเอกสารสำหรับคู่สมรสหรือบริษัท การติดต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไปจนถึงการต่ออายุวีซ่ารายปีและการรายงานตัวทุก 90 วัน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลเรื่องความล่าช้า หรือการถูกปฏิเสธคำขอ นอกจากนี้ เรายังให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนเส้นทางการพำนักระยะยาวในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
FAQ
Q: การขอวีซ่าคู่สมรสกับวีซ่าทำงาน ใช้เวลากี่วัน?
A: ปกติ วีซ่าทำงาน (Work Visa Thailand) ใช้เวลาน้อยกว่า โดยเฉลี่ย 2–4 สัปดาห์ ส่วนวีซ่าคู่สมรส (Marriage Visa) มักใช้เวลา 4–6 สัปดาห์ เนื่องจากมีขั้นตอนตรวจสอบความสัมพันธ์เพิ่มเติม
Q: สามารถเปลี่ยนจากวีซ่าทำงานเป็นวีซ่าคู่สมรสได้ไหม?
A: ได้ สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทวีซ่าภายในประเทศไทยได้ แต่ต้องเตรียมหลักฐานการสมรสและบัญชีเงินฝากตามเกณฑ์
Q: วีซ่าคู่สมรสสามารถทำงานได้หรือไม่?
A: ทำได้ หากยื่นขอ Work Permit เพิ่มเติมหลังจากได้รับวีซ่าคู่สมรสแล้ว
Q: วีซ่าทำงานสามารถพาคู่สมรสมาพำนักในไทยได้หรือไม่?
A: ได้ สามารถยื่น Dependent Visa ให้คู่สมรสและบุตรได้ โดยต้องมีเอกสารรับรองจากนายจ้าง
Q: หากลาออกจากงาน วีซ่าทำงานจะยังใช้ได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ วีซ่าทำงานจะสิ้นสภาพทันทีเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน ผู้ถือวีซ่าต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือออกนอกประเทศแล้วขอกลับเข้ามาใหม่
