สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทย การยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติ (Retirement Visa Thailand) ถือเป็นทางเลือกยอดนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขวีซ่าเกษียณไทยและออกกฎใหม่วีซ่าเกษียณอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคนเข้าเมือง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวีซ่าเกษียณในไทยให้มากขึ้น รวมไปถึงขั้นตอนและเงื่อนไขวีซ่าเกษียณอายุอัปเดตล่าสุดอย่างละเอียดเพื่อให้ชาวต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่านี้สามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและมั่นใจมากที่สุด
วีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทยคืออะไร? วีซ่าเกษียณอายุอัปเดตล่าสุดมีกี่แบบ?
วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa Thailand) หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Non-Immigrant O-A / O-X Visa คือวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไป พำนักระยะยาวในประเทศไทยโดยไม่ต้องทำงาน ปัจจุบันวีซ่าประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- Non-Immigrant O-A (Long Stay 1 Year)
สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในไทยเป็นระยะเวลา 1 ปี และสามารถต่ออายุได้ทุกปี
- Non-Immigrant O-X (Long Stay 5 Years)
สำหรับชาวต่างชาติจากบางประเทศที่มีข้อตกลงกับประเทศไทย สามารถพำนักได้ 5 ปี และต่ออายุได้อีก 5 ปี รวมสูงสุด 10 ปี
คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติเพื่อพักอาศัยในไทย
ก่อนยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติในไทย ผู้ยื่นจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด ดังนี้
- อายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป นับถึงวันยื่นขอวีซ่า ณ สถานทูตไทย หรือสำนักตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทย
- ไม่มีประวัติอาชญากรรม โดยต้องแสดงเอกสารรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) จากประเทศต้นทางหรือประเทศที่พำนักอยู่
- ไม่มีโรคต้องห้ามตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เช่น โรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคยาเสพติดให้โทษ หรือโรคซิฟิลิสระยะ 3
- มีฐานะการเงินมั่นคง เป็นหนึ่งในเงื่อนไขวีซ่าเกษียณไทยหลัก ๆ ที่ใช้พิจารณา โดยมี 2 ทางเลือกคือ
- เงินฝากในบัญชีธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือ
- มีรายได้ประจำอย่างน้อย 65,000 บาทต่อเดือน หรือ
- มีเงินฝากและรายได้ต่อปีรวมไม่น้อยกว่า 800,000 บาท
เงื่อนไขวีซ่าเกษียณไทย เงื่อนไขทางการเงิน รายละเอียดและวิธีคำนวณ
- เงินฝากขั้นต่ำในบัญชีธนาคารไทย 800,000 บาท
ผู้ยื่นต้องเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีฝากประจำ และฝากเงินจำนวนนี้ไว้ไม่น้อยกว่า 2 เดือนก่อนวันยื่นขอวีซ่า หลังได้รับวีซ่าแล้ว ต้องคงเงินในบัญชีไม่น้อยกว่า 800,000 บาทอีกอย่างน้อย 3 เดือนก่อนจะสามารถถอนบางส่วนได้
- รายได้ประจำขั้นต่ำ 65,000 บาทต่อเดือน
ผู้ยื่นที่รับเงินบำนาญหรือรายได้จากต่างประเทศ สามารถใช้เอกสารรับรองรายได้จากสถานทูตหรือใบรับรองการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยได้
- รวมรายได้และเงินฝาก
หากมีเงินฝากในบัญชี 400,000 บาท และรายได้ต่อปี 400,000 บาท ก็สามารถรวมเป็น 800,000 บาทตามเกณฑ์ได้ ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะตรวจสอบบัญชีย้อนหลังเพื่อดูความต่อเนื่องของเงินฝาก จึงควรเตรียมเอกสาร Bank Statement อย่างน้อย 12 เดือน
Checklist เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติ
การเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเอกสารขาดหรือข้อมูลไม่ตรงกันอาจทำให้การอนุมัติล่าช้า
เอกสารทั่วไป
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี
- แบบฟอร์มการขอวีซ่า (TM.7)
- รูปถ่ายขนาด 4×6 ซม. จำนวน 2 ใบ
- หนังสือรับรองการเงินจากธนาคารไทย
- Bank Statement ย้อนหลัง 3–12 เดือน
- หนังสือรับรองรายได้ (ถ้ามีรายได้จากต่างประเทศ)
- เอกสารรับรองที่พักอาศัย เช่น สัญญาเช่าบ้าน หรือทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน
- ใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate)
- ใบรับรองความประพฤติจากประเทศต้นทาง (สำหรับ O-A / O-X)
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติ O-X Visa
- เอกสารประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 40,000 บาท (OPD) และ 400,000 บาท (IPD)
- เอกสารยืนยันสัญชาติจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อที่สามารถขอ O-X ได้ เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี ฯลฯ
4 ขั้นตอนการขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติ รู้ไว้ไม่พลาด
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบเอกสารให้พร้อมก่อนยื่นคำขอ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการยื่นวีซ่าเกษียณ เพราะหากขาดเอกสารเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าได้ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเอกสารกับสถานทูตไทยหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ก่อนยื่นจริงเพื่อป้องกันการขาดเอกสารที่อาจต้องเดินทางกลับมาแก้ไขภายหลัง
- ยื่นคำขอ
เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นคำขอวีซ่า ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง ตามสถานะที่ผู้ขออาศัยอยู่ในขณะนั้น- หากอยู่ต่างประเทศ สามารถยื่นขอได้ที่สถานทูตไทย (Royal Thai Embassy) หรือสถานกงสุลใหญ่ (Royal Thai Consulate-General) ในประเทศนั้น ๆ โดยควรนัดหมายล่วงหน้าและตรวจสอบรายละเอียดการยื่นผ่านเว็บไซต์ของสถานทูต
- หากอยู่ในประเทศไทย ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Office) ในจังหวัดที่พำนักอยู่ พร้อมยื่นหลักฐานการเงินและเอกสารประกอบทั้งหมด
สำหรับค่าธรรมเนียมวีซ่าเกษียณโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000–5,000 บาท แล้วแต่ประเภทวีซ่าและระยะเวลาพำนัก
- รอพิจารณาและตรวจสอบเอกสาร
หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารทุกฉบับ รวมถึงตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ขอ ซึ่งอาจมีการติดต่อกลับเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งผู้ยื่นควรติดตามสถานะการยื่นอย่างสม่ำเสมอ และเตรียมเอกสารสำรองไว้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ขอข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ ระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปอยู่ที่ ประมาณ 2–4 สัปดาห์ แต่ในบางช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก อาจใช้เวลานานกว่านั้น
- รับผลการอนุมัติและประทับตราวีซ่า
เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติ ผู้ยื่นจะได้รับแจ้งให้มารับหนังสือเดินทางคืนพร้อมตราประทับวีซ่า
โดยระยะเวลาพำนักที่ได้รับอนุญาตจะแตกต่างกันตามประเภทของวีซ่า ผู้ได้รับอนุมัติควรตรวจสอบความถูกต้องของตราประทับและวันหมดอายุในพาสปอร์ต รวมถึงปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า เช่น การรายงานที่อยู่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน (90-day report)
เงื่อนไขวีซ่าเกษียณอายุอัปเดต 2568 กฎใหม่ที่ชาวต่างชาติต้องรู้
ในปี 2025 รัฐบาลไทยมีการออกกฎใหม่วีซ่าเกษียณและเงื่อนไขวีซ่าเกษียณไทยหลายประการเพื่อให้การพำนักของชาวต่างชาติในประเทศไทยมีความโปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการตรวจสอบทางการเงินและหลักฐานสุขภาพ โดยกฎใหม่วีซ่าเกษียณอายุอัปเดต 2025 มีดังนี้
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารอย่างเข้มงวดขึ้น
รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบหลักฐานทางการเงินของผู้ยื่นขอวีซ่าเกษียณ โดยเฉพาะเงื่อนไขเงินฝากที่ระบุตัวเลขให้ไม่น้อยกว่า 800,000 บาทในบัญชีธนาคารไทย ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญของการขอวีซ่าประเภท O-A โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินฝากเพื่อป้องกันกรณีการนำเงินเข้าฝากเพียงชั่วคราวก่อนยื่นขอวีซ่า ซึ่งผู้ยื่นต้องแสดง Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน พร้อมหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ เงินฝากต้องคงอยู่ในบัญชีอย่างต่อเนื่องก่อนและหลังการอนุมัติวีซ่า หากพบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีก่อนครบกำหนด อาจมีผลต่อการต่ออายุวีซ่าในปีถัดไปได้
- กำหนดให้มีการรายงานที่พักอาศัย (TM.30 / TM.47)
ผู้ถือวีซ่าเกษียณทุกประเภทต้องรายงานที่อยู่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทางการสามารถติดตามข้อมูลผู้พำนักระยะยาวได้ถูกต้อง เอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- TM.47: แบบฟอร์มรายงานที่อยู่ทุก 90 วัน (90-day report)
- TM.30: แบบฟอร์มรายงานที่พักอาศัยของเจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่า (ต้องรายงานภายใน 24 ชั่วโมง หลังผู้ถือวีซ่าย้ายเข้าที่พักใหม่)
โดยช่องทางรายงาน สามารถยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่งทางไปรษณีย์ (ต้องถึงภายในกำหนด 15 วันก่อนครบกำหนด) หรือรายงานผ่านระบบออนไลน์ Immigration e-Services (เฉพาะพื้นที่ที่รองรับ) หากไม่รายงานตามกำหนด อาจถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 2,000 บาท
- ขยายประกันสุขภาพภาคบังคับให้ครอบคลุมมากขึ้น
เพื่อคุ้มครองผู้พำนักและลดภาระของสถานพยาบาลในไทย รัฐบาลกำหนดให้ผู้ถือวีซ่าเกษียณโดยเฉพาะประเภท O-A และ O-X ต้องมีประกันสุขภาพภาคบังคับ ครอบคลุมตลอดระยะเวลาพำนัก วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำเพิ่มเป็น
- 400,000 บาท สำหรับผู้ป่วยใน (IPD)
- 40,000 บาท สำหรับผู้ป่วยนอก (OPD)
โดยบริษัทประกันต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยอมรับทั้งประกันในประเทศและต่างประเทศ หากมีเอกสารรับรองความคุ้มครองเป็นภาษาอังกฤษ
- ต่ออายุออนไลน์ได้ในบางจังหวัด
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว ปัจจุบันสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบางจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต เริ่มเปิดให้บริการ ระบบต่ออายุวีซ่าออนไลน์ (e-Extension) ซึ่งช่วยลดเวลาเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถอัปโหลดเอกสารทางออนไลน์และนัดหมายรับตราประทับภายหลัง อีกทั้งมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดต่ออายุ อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน ควรตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในจังหวัดของตนก่อนทุกครั้ง
- เพิ่มระบบตรวจสอบย้อนหลังและต่ออายุอัตโนมัติ (New!)
ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป มีแนวโน้มว่าระบบตรวจคนเข้าเมืองกลาง (Immigration Database) จะเชื่อมโยงกับข้อมูลธนาคารและบริษัทประกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสถานะการเงินและประกันสุขภาพของผู้ถือวีซ่าได้แบบเรียลไทม์ ในอนาคต ผู้ถือวีซ่าอาจสามารถต่ออายุอัตโนมัติ (Auto Renewal) ได้หากเอกสารทุกอย่างยังถูกต้องครบถ้วน เช่น บัญชีธนาคารมีเงินครบตามเงื่อนไขและกรมธรรม์ยังไม่หมดอายุ
- บทลงโทษและข้อควรระวังเพิ่มเติม
เพื่อป้องกันการใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ รัฐบาลยังได้เข้มงวดในส่วนของการตรวจสอบพฤติกรรมผู้ถือวีซ่า เช่น ห้ามประกอบอาชีพหรือรับรายได้ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องรายงานที่อยู่จริง ไม่ใช้ที่อยู่ปลอม หากฝ่าฝืน อาจถูก เพิกถอนวีซ่าและห้ามเข้าประเทศชั่วคราว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติในไทย
เพื่อให้การขอและต่ออายุวีซ่าเกษียณในปี 2025 เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เตรียมตัวล่วงหน้าและวางแผนด้านเอกสาร–การเงินอย่างรอบคอบ โดยมีแนวทางดังนี้
- วางแผนการเงินอย่างต่อเนื่อง
ควรรักษายอดเงินฝาก 800,000 บาทในบัญชีธนาคารไทยอย่างน้อย 3 เดือนก่อนยื่น และ 3 เดือนหลังได้รับอนุมัติเพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หากใช้วิธีแสดงรายได้รายเดือน (65,000 บาทขึ้นไป) ควรมีหลักฐานโอนจากต่างประเทศเป็นประจำ เช่น สลิปโอนเงินหรือใบรับรองจากธนาคาร หลีกเลี่ยงการหมุนเงินเข้าบัญชีเพียงชั่วคราว เพราะจะถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายในระบบปี 2568
- ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนยื่น
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นภาษาอังกฤษหรือแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (Certified Translator) เอกสารที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ใบรับรองการเงิน กรมธรรม์ประกันสุขภาพ และเอกสารรายงานที่อยู่ (TM.30) หากยื่นต่ออายุ ควรเก็บสำเนาเอกสารเดิมไว้ครบทุกชุดเพื่อใช้เปรียบเทียบหรือแนบประกอบการต่ออายุปีถัดไป
- เลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสมและต่ออายุทันเวลา
ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรมธรรม์มีผลคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมวงเงินขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หากใช้ประกันต่างประเทศ ต้องมีเอกสารรับรองความคุ้มครองเป็นภาษาอังกฤษ และควรต่อประกันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อป้องกันกรณีระบบตรวจไม่พบความต่อเนื่องของกรมธรรม์ในช่วงต่อวีซ่า
- ปฏิบัติตามกฎรายงานที่พักอย่างเคร่งครัด
เจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่าต้องรายงาน TM.30 ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก ส่วนผู้ถือวีซ่าต้องรายงาน TM.47 ทุก 90 วัน ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดเดิมหรือย้ายจังหวัด หากละเลยการรายงาน อาจถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท และส่งผลต่อการต่ออายุในอนาคต
- ใช้ช่องทางออนไลน์ให้เป็นประโยชน์
ในปี 2568 ระบบตรวจคนเข้าเมืองพัฒนาให้รองรับบริการออนไลน์มากขึ้น เช่น การรายงานที่อยู่ (90-day report) ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน การต่ออายุวีซ่าออนไลน์ (e-Extension) ในบางจังหวัด การใช้ระบบเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และทำให้ข้อมูลผู้ถือวีซ่าทันสมัยอยู่เสมอ
- ใช้บริการที่ปรึกษาวีซ่ามืออาชีพเมื่อจำเป็น
หากไม่มั่นใจในขั้นตอนหรือมีกรณีซับซ้อน เช่น เอกสารการเงินจากต่างประเทศ การต่อวีซ่าหลังหมดอายุ หรือการเปลี่ยนประเภทวีซ่า แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าเกษียณหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธหรือเพิกถอนวีซ่าในอนาคต
บริการยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติโดยผู้เชี่ยวชาญ PMP Group Solutions (Thailand)
ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ด้วยค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ง่าย วัฒนธรรมอบอุ่น และระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ การเข้าใจเงื่อนไขวีซ่าเกษียณไทยปี 2025 อย่างครบถ้วนจะช่วยให้การเตรียมเอกสารและการยื่นขอเป็นไปอย่างราบรื่น และหากได้รับการดูแลจากมืออาชีพอย่าง PMP Group Solutions (Thailand) คุณก็สามารถเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล
หากคุณต้องการความมั่นใจและไม่อยากกังวลเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน PMP Group Solutions (Thailand) พร้อมให้บริการครบวงจรตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติ การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสอดคล้องกับกฎใหม่วีซ่าเกษียณ บริการของเราครอบคลุมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นฟรี การจัดเตรียมเอกสารและแบบฟอร์มอย่างครบถ้วน การจัดคิวและยื่นคำขอแทน และการติดตามผลและแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การยื่นขอวีซ่าเกษียณชาวต่างชาติในไทยเป็นไปอย่างสะดวก ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย
FAQ
Q: วีซ่าเกษียณสามารถทำงานในไทยได้ไหม?
A: ไม่ได้ วีซ่าเกษียณเป็นวีซ่าสำหรับพำนักระยะยาวโดยไม่อนุญาตให้ทำงาน
Q: ถ้าฐานะการเงินเปลี่ยนระหว่างปีจะมีผลไหม?
A: หากเงินในบัญชีลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ระหว่างปี อาจมีผลต่อการต่ออายุครั้งถัดไป จึงควรรักษายอดเงินให้ครบตลอดระยะเวลา
Q: ต้องรายงานตัวทุกกี่วัน?
A: ต้องรายงานที่อยู่ทุก 90 วันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
Q: สามารถพาภรรยามาพักอยู่ด้วยได้ไหม?
A: ได้ หากคู่สมรสสามารถแสดงเอกสารสมรสที่ถูกต้อง สามารถยื่นวีซ่าติดตาม (Dependent Visa) ได้
Q: สามารถขอวีซ่าเกษียณได้จากในประเทศไทยเลยไหม?
A: ได้ หากมีวีซ่าประเภท Non-Immigrant O อยู่แล้ว สามารถยื่นเปลี่ยนสถานะเป็น Retirement Visa ได้ที่ตรวจคนเข้าเมือง
Q: วีซ่าเกษียณต้องมีประกันสุขภาพไหม?
A: สำหรับ O-A และ O-X ต้องมีประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาในประเทศไทยตามเกณฑ์ที่กำหนด
Q: ถ้าเงินไม่ถึง 800,000 บาท ทำอย่างไรดี?
A: สามารถใช้วิธีรวมรายได้ประจำและเงินฝากให้ครบ 800,000 บาทต่อปีได้
