ทำไมเปลี่ยนวีซ่าบางประเภทใช้เวลานานกว่าที่คิด เข้าใจปัจจัย ความเสี่ยง และทางออก สำหรับผู้ยื่นในประเทศไทย

ทำไมเปลี่ยนวีซ่าบางประเภทใช้เวลานานกว่าที่คิด? เข้าใจปัจจัย ความเสี่ยง และทางออก สำหรับผู้ยื่นในประเทศไทย

Contents hide

การเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทยอาจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคาดไว้ ไม่ว่าจะเป็นจากวีซ่านักเรียน (ED Visa) ไปเป็นวีซ่าทำงาน (Non-B Visa) หรือจากวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) ไปเป็นวีซ่าเกษียณ (Non-O Visa) หลายคนมักจะเจอปัญหาเปลี่ยนวีซ่าเดียวกันคือ “ทำไมเปลี่ยนวีซ่านานกว่าที่คิด?”

ในบทความนี้ เราจะพาคุณเจาะลึกสาเหตุของปัญหาเปลี่ยนวีซ่าการเปลี่ยนวีซ่าไทย พร้อมแนวทางการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและวิธีลดระยะเวลาเปลี่ยนวีซ่าไทยให้เร็วขึ้นเพื่อให้ขั้นตอนทั้งหมดราบรื่นและไม่สะดุด

เปลี่ยนวีซ่าคืออะไร และทำไมต้องเปลี่ยน?

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “การเปลี่ยนวีซ่า” หมายถึงอะไร ในทางปฏิบัติ ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยอาจต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าเมื่อสถานะการพำนักเปลี่ยนไป เช่น

  • จากวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) เป็นวีซ่าทำงาน (Non-B)
  • จากวีซ่าทำงาน (Non-B) เป็นวีซ่าผู้ติดตามคู่สมรส (Non-O Marriage)
  • จากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าเกษียณอายุ (Non-OA / Non-O Long Stay)

การเปลี่ยนวีซ่าแต่ละประเภทมีเอกสารและเงื่อนไขเฉพาะของตน เนื่องจากเป็นการยื่นขอวีซ่าใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่าง ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบและอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) อย่างเข้มงวด

เปลี่ยนวีซ่าใช้เวลานานแค่ไหน? เจาะลึกระยะเวลาเปลี่ยนวีซ่าไทย

หนึ่งในปัญหาเปลี่ยนวีซ่าที่พบบ่อยคือ “ทำไมเปลี่ยนวีซ่านาน?” คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและเขตพื้นที่ที่ยื่น แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้

ประเภทการเปลี่ยนวีซ่าระยะเวลาเปลี่ยนวีซ่าไทย(วันทำการ)หมายเหตุ
ท่องเที่ยว → ทำงาน (Non-B)15–30 วันต้องรอเอกสารจากบริษัท เช่น หนังสือรับรองการจ้างงาน
ท่องเที่ยว → เกษียณ (Non-OA / Non-O)30–45 วันต้องตรวจสอบเงินฝากและหลักฐานการเงินจากธนาคาร
ทำงาน → คู่สมรส (Non-O Marriage)30–45 วันต้องยื่นเอกสารแต่งงานและตรวจสอบสถานะความสัมพันธ์
ทำงาน → เกษียณ15–30 วันถ้ามีเงินพร้อมและเอกสารครบ มักอนุมัติเร็ว
ต่ออายุหรือปรับสถานะภายในประเภทเดียวกัน7–14 วันใช้เวลาสั้นกว่าการเปลี่ยนประเภท

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเปลี่ยนวีซ่าไทยนี้อาจยืดเยื้อออกไปได้อีก หากเอกสารไม่ครบหรือเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบบัญชีธนาคารย้อนหลัง หรือการนัดสัมภาษณ์คู่สมรสเพิ่มเติมในกรณีของวีซ่าครอบครัว เป็นต้น

ทำไมเปลี่ยนวีซ่านาน ไม่รวดเร็วอย่างที่คิด?

หลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนวีซ่าเป็นเพียงการ “อัปเดตสถานะ” หรือ “เพิ่มระยะเวลาพำนัก” แต่ในความเป็นจริง กระบวนการนี้เป็นการพิจารณาคำร้องใหม่ทั้งหมด ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องตรวจสอบหลายด้าน เช่น สถานะทางกฎหมาย เอกสารการเงิน ประวัติพำนัก และเหตุผลของการขอเปลี่ยนวีซ่า ยิ่งประเภทวีซ่าที่คุณต้องการเปลี่ยนไปเกี่ยวข้องกับการทำงาน การลงทุน หรือครอบครัว เจ้าหน้าที่ก็จะต้องตรวจสอบข้อมูลมากขึ้นตามลำดับเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ยื่นมีคุณสมบัติครบถ้วนและเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย โดยปัจจัยหลักที่ทำให้การเปลี่ยนวีซ่าล่าช้ามีดังนี้

  • เอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดเกี่ยวกับปัญหาเปลี่ยนวีซ่า ผู้ยื่นหลายรายมักเข้าใจว่าเอกสารชุดเดียวกับตอนยื่นวีซ่าครั้งแรกสามารถใช้ได้เลย แต่ในความเป็นจริง เอกสารที่ใช้ในการ “เปลี่ยนประเภทวีซ่า” มีรายละเอียดต่างจากเอกสารที่ใช้ในการ “ต่ออายุวีซ่า” เช่น ต้องใช้เอกสารรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงานหรือสถานศึกษา ต้องมีใบรับรองการเงินหรือ Statement ล่าสุดไม่เกิน 7 วัน หรือต้องแปลเอกสารต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษหรือไทยโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง เมื่อเอกสารขาดแม้แต่เพียงฉบับเดียว ระบบตรวจคนเข้าเมืองจะไม่เริ่มพิจารณา ส่งผลให้เคสของคุณถูกพักการตรวจสอบ ซึ่งทำให้ระยะเวลาทั้งหมดล่าช้าออกไปหลายสัปดาห์

  • ขั้นตอนการตรวจสอบหลายชั้น

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยมีกระบวนการตรวจสอบหลายชั้น โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าประเภทที่มีความอ่อนไหว เช่น Non-B (ทำงาน) Non-O (คู่สมรส/ครอบครัว) Non-Immigrant O-A / O-X (เกษียณ) Smart Visa / Investment Visa โดยแต่ละประเภทต้องมีการตรวจสอบเอกสารกับหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (กรณีขอวีซ่าทำงาน) กรมแรงงาน (ตรวจสอบ Work Permit) กระทรวงศึกษาธิการ (สำหรับวีซ่านักเรียน) ฯลฯ เจ้าหน้าที่อาจต้องส่งเรื่องไปตรวจสอบข้ามหน่วยงาน ซึ่งใช้เวลาเพิ่มเติมอีก 2–6 สัปดาห์

  • ช่วงเวลายื่นที่มีผู้สมัครจำนวนมาก

หากคุณยื่นคำขอในช่วงที่มีผู้คนยื่นพร้อมกันจำนวนมาก เช่น ช่วงเปิดเทอม (นักเรียนต่างชาติยื่นวีซ่า ED) ช่วงต่ออายุใบอนุญาตทำงานของต่างชาติ (เดือน ธ.ค.–ก.พ.) หรือช่วงก่อนวันหยุดยาวหรือเทศกาล เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจใช้เวลานานขึ้นในการตรวจเอกสารแต่ละไฟล์ เพราะต้องรอคิวการอนุมัติจากระบบกลาง (Immigration Headquarters)

  • ปัญหาทางการเงินหรือหลักฐานไม่ตรงตามเกณฑ์

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนวีซ่าล่าช้า ทำไมเปลี่ยนวีซ่านาน คือเอกสารทางการเงินไม่ตรงกับข้อกำหนด เช่น ยอดเงินในบัญชีไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ รายได้ไม่ต่อเนื่อง หรือไม่มีหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่อาจให้ผู้ยื่นอัปเดตเอกสารใหม่ หรือนำเอกสารเพิ่มเติมมาแสดง ส่งผลให้ต้องกลับไปยื่นซ้ำและเริ่มกระบวนการตรวจสอบใหม่

  • การเปลี่ยนประเภทที่มีความซับซ้อนทางกฎหมาย

บางกรณี เช่น การเปลี่ยนจาก Tourist Visa เป็น Non-B (ทำงาน) หรือ จาก ED Visa เป็น Non-O (คู่สมรส) ต้องอาศัยการอนุมัติเป็นพิเศษจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกลางที่กรุงเทพฯ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพิจารณา 4–8 สัปดาห์ นอกจากนี้ หากผู้ยื่นเคยมีประวัติ “อยู่เกินกำหนด (Overstay)” หรือเคยยื่นคำขอถูกปฏิเสธมาก่อน เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในระบบอีกครั้งก่อนพิจารณาอนุมัติ

ความเสี่ยงเมื่อเอกสารไม่ครบหรือยื่นช้าเกินไป

การเตรียมเอกสารไม่ครบหรือยื่นคำขอช้าเกินไปอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำงานหรือพำนักอยู่ในไทยในระยะยาว

  • เสี่ยงต่อการ “อยู่เกินกำหนดวีซ่า”

หากวีซ่าหมดอายุก่อนที่ผลการเปลี่ยนประเภทจะออก ถือว่าอยู่เกินกำหนดพำนัก ซึ่งมีโทษปรับและอาจถูกแบนไม่ให้เข้าประเทศไทยชั่วคราว

  • ต้องยื่นใหม่ทั้งหมด

ในบางกรณี หากเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารไม่ครบตามเกณฑ์ ระบบจะ “ปฏิเสธคำขอ” และผู้ยื่นต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งหมายถึงเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

  • มีผลต่อใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

สำหรับผู้ที่ยื่นเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน หากกระบวนการล่าช้า อาจทำให้ไม่สามารถยื่น Work Permit ได้ทันเวลา ซึ่งจะกระทบต่อการเริ่มงานหรือการต่อสัญญาจ้าง

  • กระทบต่อการเดินทางออกนอกประเทศ

ผู้ที่อยู่ระหว่างรอผลเปลี่ยนประเภทวีซ่า ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้จนกว่าจะได้รับการอนุมัติ หากฝ่าฝืนจะถือว่าสละสิทธิ์คำขอทันที

ทางออกในการแก้ไขปัญหาเปลี่ยนวีซ่า เตรียมให้ถูก + ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญช่วยลดเวลา

แม้ว่ากระบวนการเปลี่ยนวีซ่าจะมีขั้นตอนหลายชั้น แต่ก็สามารถทำให้รวดเร็วขึ้นได้ หากคุณวางแผนและเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

  • เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามประเภทวีซ่า

ก่อนยื่นควรตรวจสอบว่าคุณกำลังขอเปลี่ยนเป็นวีซ่าประเภทใด และเอกสารที่ใช้ต้องมีอะไรบ้าง เช่น หากต้องการเปลี่ยนจาก Tourist Visa เป็น Non-B Visa (ทำงาน) ควรเตรียมเอกสารดังนี้

  • หนังสือรับรองจากนายจ้าง
    • เอกสารทะเบียนบริษัท (DBD, ภ.พ.20)
    • รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
    • งบการเงินย้อนหลัง 1 ปี
    • สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัท
    • หนังสือรับรองเงินเดือนและสัญญาจ้าง

หรือการเปลี่ยนจาก ED Visa เป็น Non-O (คู่สมรสคนไทย) ควรมีเอกสารทะเบียนสมรส (แปลและรับรองจากกงสุล) ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคู่สมรส รูปถ่ายคู่กันที่บ้านพักอาศัย ใบรับรองรายได้ของคู่สมรสเพื่อยืนยันสถานะความสัมพันธ์ เป็นต้น การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกช่วยลดโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะเรียกเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้า

  • ใช้บริการเร่งด่วน (Visa Fast Track)

ในบางกรณี หากมีเหตุจำเป็น เช่น ต้องเริ่มงานด่วน หรือมีแผนเดินทางระหว่างกระบวนการพิจารณา สามารถใช้บริการ Visa Fast Track ผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ซึ่งช่วยประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้กระบวนการอนุมัติเร็วขึ้น บริการประเภทนี้มักใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าโดยตรง

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น PMP Group Solutions (Thailand) ช่วยให้คุณลดความเสี่ยงในการเตรียมเอกสารผิดพลาด เพราะทีมที่ปรึกษามีประสบการณ์ตรงกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเข้าใจขั้นตอนการเปลี่ยนประเภทวีซ่าแต่ละประเภทอย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มั่นใจเรื่องเอกสาร หรือมีเวลาจำกัดในการเตรียมตัว

การเปลี่ยนวีซ่าจะไม่ยุ่งยาก หากเตรียมตัวถูกตั้งแต่แรก บริการเปลี่ยนประเภทวีซ่าโดย PMP Group Solutions (Thailand)

การเปลี่ยนประเภทวีซ่าในประเทศไทยอาจใช้เวลานานหากเอกสารไม่ครบหรือขั้นตอนซับซ้อน แต่เมื่อเข้าใจปัจจัยที่ทำให้ล่าช้า และเตรียมเอกสารอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น คุณสามารถลดระยะเวลาและหลีกเลี่ยงปัญหาได้ สิ่งสำคัญคือการวางแผนล่วงหน้า และหากต้องการความมั่นใจ การใช้บริการจากมืออาชีพอย่าง PMP Group Solutions (Thailand) คือทางออกที่ดีที่สุด

PMP Group Solutions (Thailand) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย ให้บริการครบวงจรทั้งการการตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยื่นและติดตามผลคำขอ ดูแลโดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ตรงกับหน่วยงานราชการ PMP Group Solutions สามารถช่วยให้คุณลดระยะเวลาเปลี่ยนวีซ่าไทย ทำให้การเปลี่ยนวีซ่ารวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัยยิ่งขึ้น สนใจบริการเปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือปรึกษาเบื้องต้น ติดต่อ PMP Group Solutions (Thailand) เพื่อให้การเปลี่ยนวีซ่าของคุณเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด

FAQ

Q: เปลี่ยนวีซ่าภายในประเทศไทยได้ไหม?

A: ได้ แต่ต้องยื่นก่อนวีซ่าปัจจุบันหมดอายุ และบางประเภทต้องได้รับอนุมัติจากตรวจคนเข้าเมืองกลาง

Q: การเปลี่ยนประเภทวีซ่าใช้เวลากี่วัน?

A: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15–30 วันทำการ แต่บางกรณีอาจนานถึง 6–8 สัปดาห์ หากมีการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม

Q: สามารถเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอผลได้ไหม?

A: ไม่ได้ หากเดินทางออกก่อนผลอนุมัติ จะถือว่าสละสิทธิ์คำขอโดยอัตโนมัติ

Q: ถ้าวีซ่าหมดระหว่างรอผลจะทำอย่างไร?

A: สามารถยื่นคำร้องขออยู่ต่อระหว่างรอผลได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนวันหมดอายุ

Q: ใช้บริการบริษัทเอกชนช่วยยื่นแทนได้ไหม?

A: ได้ หากบริษัทนั้นได้รับอนุญาตและมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง เช่น PMP Group Solutions (Thailand)

Q: ถ้าเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธเลยไหม?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป แต่จะขอให้ส่งเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป

Scroll to Top