ปิดงบย้อนหลังไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เสี่ยงถูกตรวจย้อนหลัง-เสียภาษีเกินจริง! ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลดีกว่าไหม

Contents hide

เจ้าของธุรกิจหลายคนคงคุ้นกับคำว่า “ปิดงบการเงิน” อยู่แล้ว เพราะเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ทุกกิจการต้องทำเป็นประจำทุกปีเพื่อสรุปผลประกอบการ รายได้ ค่าใช้จ่าย และฐานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทหรือกิจการ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจจำนวนไม่น้อยกลับเจอปัญหาหลายประการที่ทำให้ต้องปิดงบย้อนหลัง เช่น ลืมยื่นงบ จัดทำเอกสารไม่ทัน บัญชีไม่เรียบร้อย หรือเจอข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข ปัญหาเหล่านี้อาจดูเล็ก แต่ผลลัพธ์อาจใหญ่กว่าที่คิด โดยเฉพาะการปิดงบย้อนหลังผิดพลาด เพราะอาจนำไปสู่ การเสียภาษีเกินจริง หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร ซึ่งอาจย้อนตรวจได้หลายปี บทความนี้เราจะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่ความหมายของการปิดงบย้อนหลัง ปัญหาที่มักเกิดขึ้น ผลเสียที่อาจตามมา ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาปิดงบย้อนหลังผิดพลาดเพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจต้องเสียภาษีเกินจริงหรือโดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

ปิดงบย้อนหลังคืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้นบ่อย

การปิดงบย้อนหลัง (Backdated Financial Closing) คือ การจัดทำงบการเงินของปีที่ผ่านไปแล้วเพื่อส่งให้กับหน่วยงานราชการ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ซึ่งตามปกติแล้ว บริษัททุกแห่งต้องยื่นงบการเงินภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี หากเกินกำหนดกว่านั้นก็ถือว่าเป็นการปิดงบล่าช้า ต้องปิดงบย้อนหลัง อาจโดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร และมีความเสี่ยงที่จะปิดงบย้อนหลังผิดพลาดมากขึ้น

ทำไมถึงเกิดการปิดงบย้อนหลัง?

การปิดงบการเงินย้อนหลังคือเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกับธุรกิจขนาดเล็กหรือเจ้าของกิจการที่ดูแลกิจการหลายด้านพร้อมกัน บางครั้งไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่สะสมจนทำให้ไม่สามารถปิดงบได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้

  • ลืมยื่นงบหรือไม่ทราบกำหนดเวลา

เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจไม่ทราบว่าการยื่นงบการเงินมีกำหนดเวลาชัดเจนภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี เช่น สิ้นรอบ 31 ธ.ค. ต้องยื่นภายใน 30 พ.ค. ปีถัดไป หากไม่ยื่นภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าล่าช้า อาจโดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร หรือถูกปรับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • ขาดเอกสารสำคัญ

การปิดงบจำเป็นต้องใช้เอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวกับรายรับรายจ่าย เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือใบแจ้งหนี้ หากสูญหายหรือเก็บไม่ครบ จะทำให้ผู้ทำบัญชีไม่สามารถลงรายการได้ครบถ้วน
ทำให้ข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่ายไม่ตรงกับจริง เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

  • ผู้ทำบัญชีไม่ทันงานหรือขาดความรับผิดชอบ

ธุรกิจขนาดเล็กมักใช้ผู้ทำบัญชีภายนอก ซึ่งอาจรับงานหลายบริษัทพร้อมกัน ทำให้บางครั้งเกิดความล่าช้า หรือไม่ได้แจ้งสถานะงานให้เจ้าของกิจการทราบ ตัวอย่างเช่น ผู้ทำบัญชีส่งงบล่าช้าเกินกำหน หรือทำบัญชีไม่ถูกต้อง ต้องกลับมาแก้ใหม่ เสี่ยงโดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

  • เจอความผิดพลาดย้อนหลัง

หลังจากปิดงบไปแล้ว อาจพบข้อผิดพลาด เช่น บันทึกรายได้หรือค่าใช้จ่ายผิดบัญชี ยื่นข้อมูลซ้ำซ้อนตัวเลขไม่ตรงกับเอกสารจริง ปิดงบย้อนหลังผิดพลาด ในกรณีนี้ ผู้ทำบัญชีจำเป็นต้องปรับปรุงงบย้อนหลังเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี

  • เปลี่ยนผู้ทำบัญชีกลางคัน

การเปลี่ยนผู้ดูแลงบการเงินระหว่างปีอาจทำให้ข้อมูลไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเอกสารและไฟล์เดิมไม่ถูกส่งต่อครบถ้วน จึงต้องใช้เวลาย้อนตรวจสอบรายการทั้งหมด ทำให้งบการเงินปีปัจจุบันล่าช้าตามไปด้วย

  • ไม่จัดระบบบัญชีตั้งแต่ต้น

บางธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นจากระบบเงินสดหรือสมุดบันทึกแบบง่าย ๆ โดยไม่มีการแยกบัญชีรายรับรายจ่ายชัดเจน ทำให้เมื่อถึงเวลาปิดงบต้องใช้เวลาเรียบเรียงข้อมูลย้อนหลังหลายเดือน อาจปิดงบย้อนหลังผิดพลาด เสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

  • การตรวจสอบหรือแก้ไขภาษีจากกรมสรรพากร

บางครั้งธุรกิจได้รับหนังสือแจ้งจากกรมสรรพากรว่ามีข้อมูลไม่ตรง เช่น ยอดขายในระบบ e-Tax หรือภาษีซื้อ–ขายไม่สัมพันธ์กับรายงานภาษี ปิดงบย้อนหลังผิดพลาด ซึ่งจำเป็นต้องกลับไปตรวจสอบและแก้ไขงบย้อนหลังให้ถูกต้อง

3 ธุรกิจเสี่ยงเจอปัญหาการปิดงบย้อนหลังผิดพลาดมากที่สุด

แม้ทุกกิจการจะมีโอกาสเจอปัญหานี้ได้ แต่ธุรกิจบางประเภทอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เพราะขาดระบบบัญชีที่ชัดเจนหรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลโดยตรง กลุ่มธุรกิจที่มักพบมาก ได้แก่

ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) หรือธุรกิจครอบครัว

หลายกิจการเริ่มต้นจากการทำกันเองในครอบครัว ไม่มีการจัดระบบบัญชีที่เป็นมาตรฐาน เช่น ไม่แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีบริษัท หรือยังใช้การบันทึกด้วยสมุดเงินสด ทำให้เมื่อถึงเวลาปิดงบต้องย้อนรวมข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาปิดงบย้อนหลังผิดพลาดและล่าช้า ตัวอย่างเช่น ร้านค้าในตลาด ร้านบริการเล็ก ๆ บริษัทที่ยังไม่มีฝ่ายบัญชีประจำ

กิจการที่ใช้เงินสดหมุนเวียนสูง

ธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่มีการรับ–จ่ายเงินสดทุกวัน แต่ไม่ออกใบกำกับภาษีครบถ้วน หรือไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้ทั้งหมด การไม่มีหลักฐานเอกสารครบ จะทำให้ผู้ทำบัญชีไม่สามารถบันทึกได้ถูกต้อง ส่งผลให้งบการเงินไม่สะท้อนรายได้จริง จึงเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากรหรือเสียภาษีเกินจริง

สตาร์ทอัพ (Startup) หรือธุรกิจที่โฟกัสการเติบโต

สตาร์ทอัพหลายแห่งมุ่งพัฒนาโปรดักต์หรือขยายตลาดจนละเลยระบบบัญชีและเอกสารทางการเงิน ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อถึงเวลายื่นงบหรือหานักลงทุน เพราะข้อมูลทางการเงินไม่ครบ ปิดงบย้อนหลังผิดพลาด หรือไม่ผ่านการตรวจสอบ

ปัญหาที่เกิดจากการปิดงบย้อนหลังผิดพลาด

แม้จะปิดงบย้อนหลังได้ แต่หากปิดงบย้อนหลังผิดพลาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจบานปลาย เช่น

  • ข้อมูลทางการเงินไม่ตรงกับความจริง

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบร้านอาหารรายหนึ่งที่ไม่ได้เก็บบิลค่าใช้จ่ายการซื้อวัตถุดิบอย่างเป็นระบบ เมื่อปิดงบย้อนหลังจึงลงค่าใช้จ่ายไม่ครบ ผลคืองบแสดงว่าร้านมีกำไรมากเกินจริง สุดท้ายต้องเสียภาษีเกินจริง

  • เสียภาษีเกินจริง

หากธุรกิจไม่ได้บันทึกค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักได้ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าการตลาด อาจทำให้ฐานภาษีสูงขึ้น ส่งผลให้เสียภาษีเกินจริง

  • เสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

งบการเงินที่มีความผิดปกติ เช่น รายได้-ค่าใช้จ่ายไม่สัมพันธ์กัน อัตรากำไรผิดจากมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือมีการแก้งบบ่อยครั้ง จะทำให้สรรพากรตั้งข้อสงสัยและอาจเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

  • เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข

การต้องแก้ไขปัญหาปิดงบย้อนหลังผิดพลาดที่ทำผิดอาจต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติม รวมถึงค่าที่ปรึกษาหรือผู้สอบบัญชีในการแก้ไขเอกสาร

ผลเสียจากการปิดงบย้อนหลังผิดพลาดที่เจ้าของกิจการและบริษัทต้องรู้

การปิดงบย้อนหลังผิดพลาดไม่ได้กระทบแค่เรื่องตัวเลข แต่ยังส่งผลต่ออนาคตของธุรกิจด้วย รวมถึง

  • ค่าปรับและเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

กรมสรรพากรมีสิทธิ์เรียกเก็บเบี้ยปรับสูงหากยื่นงบล่าช้าหรือปิดงบย้อนหลังผิดพลาด เช่น ปรับรายวัน คิดดอกเบี้ยทบต้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นต้องเสียภาษีเกินจริง

  • กระทบความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

นักลงทุนและสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับงบการเงิน หากปิดงบย้อนหลังผิดพลาด ธุรกิจจะเสียความน่าเชื่อถือทันที อาจพลาดโอกาสในการขอสินเชื่อหรือดึงดูดนักลงทุน

  • ตรวจสอบเชิงลึกจากสรรพากร

หากงบย้อนหลังมีข้อสงสัย สรรพากรอาจลงลึกตรวจสอบบัญชีทุกรายการย้อนหลังหลายปี ส่งผลให้ธุรกิจต้องเสียเวลาและต้นทุนในการเตรียมเอกสารเพิ่ม

  • เสียโอกาสการเติบโต

เจ้าของธุรกิจที่ต้องแก้ไขปัญหางบการเงินซ้ำ ๆ มักไม่มีเวลาโฟกัสกับการขยายตลาดหรือพัฒนาสินค้า ทำให้เสียโอกาสการเติบโตในระยะยาว

มีปัญหาปิดงบย้อนหลัง แก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

หลายธุรกิจโดยเฉพาะ SME และกิจการที่ไม่มีฝ่ายบัญชีประจำมักเผชิญปัญหาการปิดงบการเงินล่าช้า หรือปิดงบย้อนหลังผิดพลาด ซึ่งหากไม่ดำเนินการอย่างถูกวิธี อาจทำให้ข้อมูลทางบัญชีคลาดเคลื่อน เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากรได้ การแก้ไขปัญหานี้ไม่เพียงแค่ “ปิดงบให้เสร็จ” เท่านั้น แต่ควรทำอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายและมาตรฐานบัญชี ด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลโดยตรง

หลายคนอาจคิดว่าการปิดงบย้อนหลังสามารถทำเองได้ แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนนี้มีรายละเอียดเชิงลึกและต้องอาศัยความรู้ด้านกฎหมายภาษี มาตรฐานบัญชี และการจัดทำเอกสารย้อนหลังอย่างถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีจะช่วยให้การปิดงบดำเนินไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียภาษีเกินจริง นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกหลายประการ เช่น

  • เข้าใจกฎหมายและมาตรฐานบัญชี

ผู้เชี่ยวชาญรู้ข้อกำหนดของกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงสามารถจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องและยื่นได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม

  • เอกสารถูกต้องครบถ้วน

นักบัญชีที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจสอบและจัดระเบียบเอกสารย้อนหลังให้ครบ ลดความเสี่ยงจากเอกสารตกหล่น

  • คำนวณภาษีแม่นยำ

ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์รายการค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเสียภาษีเกินจริง ลดการถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

  • ประหยัดเวลาและลดความกังวล

เจ้าของกิจการไม่ต้องเสียเวลาทำงบเอง สามารถโฟกัสกับการบริหารธุรกิจได้เต็มที่

  • ได้รับคำปรึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากการปิดงบ

ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถให้คำแนะนำด้านวางแผนภาษีและการจัดการบัญชีในอนาคตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

วิธีเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีให้เหมาะกับธุรกิจ

การเลือกผู้เชี่ยวชาญถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีประสบการณ์ตรงหรือผ่านมาตรฐานวิชาชีพที่เชื่อถือได้ ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาให้รอบคอบ โดยมีเคล็ดลับดังนี้

  • ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่น CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) หรือ TA (ผู้ทำบัญชีภาษีอากร) เพื่อความมั่นใจ
  • เลือกผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมใกล้เคียงกับธุรกิจของคุณ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า หรือสตาร์ทอัพ เพราะจะเข้าใจโครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการประเภทนั้น ๆ ได้ดีกว่า
  • ตรวจสอบรีวิวและผลงานที่ผ่านมาเพื่อดูความน่าเชื่อถือและคุณภาพของการให้บริการ
  • เลือกผู้ให้บริการที่มีระบบครบวงจร ตั้งแต่ทำบัญชี ปิดงบ ยื่นภาษี ไปจนถึงให้คำปรึกษาทางการเงิน
  • พิจารณาความรับผิดชอบและระบบตรวจสอบงาน หากเกิดความผิดพลาด ผู้เชี่ยวชาญที่ดีควรสามารถแก้ไขและชี้แจงได้อย่างมืออาชีพ

เมื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลปัญหาการปิดงบย้อนหลัง ธุรกิจจะไม่เพียงแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง แต่ยังได้ระบบบัญชีที่มีมาตรฐาน ลดปัญหาจากการปิดงบย้อนหลังผิดพลาด เสียภาษีเกินจริง ไม่โดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร พร้อมใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนภาษี การขอสินเชื่อ หรือการเติบโตของธุรกิจในอนาคตอย่างมั่นคงอีกด้วย

PMP Group Solutions (Thailand) ผู้ช่วยแก้ปัญหาปิดงบย้อนหลังผิดพลาด จบปัญหาเสียภาษีเกินจริง ไม่โดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร

การปิดงบย้อนหลังไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะถ้าทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลทั้งด้านการเงิน ความน่าเชื่อถือ และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจทำให้เสียภาษีเกินจริงและถูกตรวจสอบย้อนหลังสรรพากรได้ ดังนั้น การให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี เข้ามาดูแลคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด นอกจากช่วยจัดการงบย้อนหลังให้ถูกต้องแล้ว ยังช่วยวางแผนทางการเงินและภาษีในอนาคตเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

อย่าปล่อยให้การปิดงบย้อนหลังกลายเป็นจุดอ่อนของธุรกิจ แต่จงทำให้เป็น โอกาสในการจัดระเบียบและสร้างความมั่นใจให้กับกิจการในระยะยาว การปิดงบย้อนหลังไม่ใช่เรื่องที่ “ใครก็ทำได้” เพราะต้องใช้ทั้งความรู้บัญชี ความเข้าใจกฎหมายภาษี และประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเอกสารซับซ้อน PMP Group Solutions (Thailand) ผู้ช่วยแก้ปัญหาปิดงบย้อนหลังผิดพลาด จบปัญหาเสียภาษีเกินจริง ไม่โดนตรวจสอบย้อนหลังสรรพากร ทำให้ธุรกิจปลอดภัยกว่าในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยครั้ง

Q: ปิดงบย้อนหลัง 1 ปี ยังทันไหม?

A: สามารถทำได้ แต่ต้องเร่งจัดเตรียมเอกสารและอาจต้องเสียค่าปรับ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบก่อนยื่นเพื่อลดความเสี่ยงจากการปิดงบย้อนหลังผิดพลาดหรือการเสียภาษีเกินจริง

Q: ถ้าไม่ยื่นงบการเงินจะเป็นอย่างไร?

A: บริษัทจะถูกปรับและอาจถูกเพิกถอนนิติบุคคลในกรณีร้ายแรง อีกทั้งยังเสี่ยงถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

Q: ปิดงบย้อนหลังต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

A: ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย สมุดบัญชีธนาคาร รายงานค่าใช้จ่าย และสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Q: ทำไมควรเลือกใช้บริการ PMP Group Solutions (Thailand)?

A: เพราะทีมงาน PMP Group Solutions (Thailand) มีทั้งนักบัญชีและที่ปรึกษาภาษีมืออาชีพ เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขบัญชีและปิดงบย้อนหลังโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณจะปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

Scroll to Top