ธุรกิจใหม่ ต้องจด VAT หรือยัง

เปิดร้านค้าใหม่ ต้องจด VAT เมื่อไหร่? เข้าเกณฑ์แบบไหน พร้อมบริการจด VAT ด่วน

Contents hide

การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านค้าออนไลน์ หรือ SME ผู้ประกอบการหลายรายมักตั้งคำถามว่า “ต้องจด VAT ธุรกิจใหม่ตั้งแต่วันแรกไหม?” หรือ “ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์รายได้จด VAT 1.8 ล้าน จะจด VAT ดีไหม?” “จด VAT เมื่อไหร่ถึงจะเข้าเกณฑ์”

เพราะการไม่เข้าใจเรื่อง VAT อย่างถูกต้องอาจทำให้ธุรกิจเสียภาษีเกินจำเป็นหรือมีปัญหากับสรรพากรในอนาคต วันนี้เราจะไปเจาะลึกเรื่องเกณฑ์รายได้จด VAT และการจด VAT ธุรกิจใหม่ พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่เพื่อช่วยผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงปัญหาเสียภาษีเกินความจำเป็นหรือถูกปรับภาษีย้อนหลัง เหมาะกับเจ้าของกิจการมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นใจและถูกต้องตามกฎหมาย

ทำความเข้าใจ VAT คืออะไร สำหรับธุรกิจใหม่

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า VAT คือ ภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าและบริการ โดยผู้ประกอบการจะเก็บจากลูกค้าแล้วนำส่งสรรพากร สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ การเข้าใจเรื่อง VAT มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้สามารถวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งสามารถนำไปหักภาษีซื้อเพื่อลดต้นทุนจริงของธุรกิจ เพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจกับลูกค้าและคู่ค้า ป้องกันการปรับภาษีย้อนหลังจากสรรพากร ในขณะเดียวกัน การไม่จด VAT หรือจด VAT ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ธุรกิจต้องเสียภาษีเกินจริง และมีโทษปรับย้อนหลังได้

เกณฑ์รายได้จด VAT 1.8 ล้านบาทต่อปี จด VAT ร้านค้าใหม่ และข้อยกเว้น

โดยหลักการทั่วไป ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อมีรายได้รวมจากการขายสินค้า/บริการครบหรือเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยเกณฑ์นี้หมายถึงยอดขายรวม ไม่ใช่กำไร เพราะแม้ธุรกิจมีกำไรน้อย หากยอดขายครบ 1.8 ล้าน ก็ต้องจด VAT โดยธุรกิจที่ต้องระวังได้แก่ ร้านค้า SME ร้านขายสินค้าออนไลน์ ร้านอาหารและคาเฟ่ บริษัทบริการทัวร์ โรงแรม หรือบริการอื่น ๆ ธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ธุรกิจที่ลูกค้าเป็นกลุ่มนิติบุคคล เป็นต้น

จด VAT ร้านค้าใหม่ ต้องทำหรือไม่? SME จด VAT จำเป็นไหม? การเข้าใจเกณฑ์นี้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ เพราะหลายคนมักสับสนระหว่าง รายได้ (Revenue) กับ กำไร (Profit) ซึ่งวิธีคำนวณรายได้รวม สามารถทำได้โดย

  • รวมยอดขายสินค้าทั้งหมด
  • รวมค่าบริการที่เรียกเก็บจากลูกค้า
  • ไม่รวมภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้า เพราะ VAT เป็นภาษีที่เก็บไว้ส่งสรรพากร
  • คำนวณจากรายได้ในรอบ 12 เดือนย้อนหลังหรือประมาณการปีถัดไป

ตัวอย่างการคำนวณเพื่อดูว่าต้องจด VAT หรือไม่

ตัวอย่างที่ 1

ร้านกาแฟเล็ก ๆ เปิดใหม่ มียอดขายดังนี้

  • ขายเครื่องดื่ม 120,000 บาท/เดือน
  • ขายขนม 40,000 บาท/เดือน
  • บริการที่นั่ง Co-working 10,000 บาท/เดือน

คำนวณรายได้รวมจะเป็น 120,000 + 40,000 + 10,000 = 170,000 บาท/เดือน หรือคิดเป็น 170,000 × 12 = 2,040,000 บาท/ปี

แม้ร้านจะมีกำไรจริงเพียง 3–5 หมื่นบาทต่อเดือน แต่รายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ในกรณีนี้ ต้องจด VAT

ตัวอย่างที่ 2

ร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ มียอดขายดังนี้

  • ยอดขายอาหารเฉลี่ย 80,000 บาท/เดือน
  • ไม่มีบริการอื่นเพิ่มเติม

คำนวณรายได้รวมจะเป็น 80,000 บาท/เดือน หรือคิดเป็น 80,000 × 12 = 960,000 บาท/ปี ในกรณีนี้ รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้าน จึงไม่ต้องจด VAT

ดังนั้น ควรจำไว้ว่า VAT ใช้ “รายได้รวม” เป็นเกณฑ์ ไม่ได้ใช้ “กำไร” ดังนั้น แม้กำไรน้อย แต่ถ้ายอดขายสูงก็ต้องจด VAT ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บริการ SME หรือฟรีแลนซ์ ซึ่งสามารถคำนวณจากรายได้รวมย้อนหลัง 12 เดือน และเมื่อไรที่รายได้เริ่มใกล้แตะเพดาน ควรเตรียมระบบบัญชีและเอกสารให้พร้อมก่อนถึงเวลา

ข้อยกเว้น ธุรกิจไหนบ้างไม่ต้องจด VAT

แม้ยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาท แต่ธุรกิจบางประเภทไม่ต้องจด VAT ตามกฎหมาย เช่น

  • การขายพืชผลเกษตรบางประเภท
    • ข้าว ข้าวโพด ผักผลไม้บางชนิด
    • การขายตรงจากเกษตรกรหรือสหกรณ์
  • การให้บริการด้านการศึกษา
    • โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์อบรมวิชาชีพ
    • บริการที่ไม่แสวงหากำไรหรืออยู่ภายใต้กฎหมายการศึกษา
  • บริการสาธารณสุขบางประเภท
    • โรงพยาบาลรัฐ คลินิกที่ได้รับการยกเว้นภาษี
    • บริการรักษาพยาบาลที่ไม่แสวงหากำไร
  • วิชาชีพอิสระบางประเภท
    • แพทย์ ทนายความ สถาปนิกบางประเภท
    • ต้องเป็นบริการที่ไม่ต้องอยู่ในระบบ VAT ตามกฎหมาย

สำหรับกิจการเหล่านี้ ต่อให้รายได้รวมเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ไม่จำเป็นต้องจด VAT ดังนั้น เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบประเภทกิจการของตนว่าเข้าข้อยกเว้นหรือไม่เพื่อวางแผนบัญชีและภาษีล่วงหน้า

จด VAT ธุรกิจใหม่ แม้รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน

แม้กฎหมายกำหนดเกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่บางธุรกิจควรจด VAT ตั้งแต่เริ่ม เพื่อความสะดวกและประโยชน์ทางบัญชี ซึ่งได้แก่ธุรกิจในกลุ่มเหล่านี้

  • ธุรกิจที่ต้องซื้อสินค้าหรือบริการที่มี VAT

ธุรกิจที่ต้องซื้อวัตถุดิบหรือบริการจากผู้ขายที่มี VAT จะสามารถหักภาษีซื้อได้ ช่วยลดต้นทุนและทำบัญชีได้อย่างถูกต้อง

  • ธุรกิจที่ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้ลูกค้า

ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลและต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ การจด VAT จะช่วยให้ออกเอกสารได้ถูกต้องตามกฎหมาย

  • ธุรกิจที่ขยายตัวเร็ว

ธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตเร็ว เช่น ร้านอาหาร แฟรนไชส์ ร้านค้าออนไลน์ หรือบริการทัวร์ หากจด VAT ตั้งแต่ต้นจะลดความยุ่งยากและความเสี่ยงต้องปรับบัญชีย้อนหลัง

  • ธุรกิจ SME จด VAT เพื่อความน่าเชื่อถือ

การจด VAT แสดงถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าและธนาคารมองว่าเป็นธุรกิจมืออาชีพ และง่ายต่อการกู้เงินหรือร่วมลงทุน

กรณีตัวอย่างการประเมินว่าต้องจด VAT ธุรกิจใหม่หรือไม่?

กรณีถ้าเป็นร้านขายของออนไลน์ ยอดขายรวม 1,200,000 บาท ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิติบุคคลที่ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ควรจด VAT ตั้งแต่ต้น ส่วนธุรกิจให้บริการทัวร์นำเที่ยว มีรายได้ปีแรก 1,500,000 บาท แต่มีแผนขยายสาขาและรับลูกค้าต่างประเทศ แม้ยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถจด VAT ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก และอีกกรณีหนึ่ง หากเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ มีรายได้ 1,700,000 บาท ต่อปี ไม่มีลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี สามารถรอดูรายได้ปีถัดไปก่อนจด VAT ดังนั้น ผู้ประกอบการควรประเมินยอดขายอย่างแม่นยำ คำนวณทั้งรายได้ปัจจุบันและประมาณการปีถัดไป พิจารณาลูกค้าและคู่ค้า หากลูกค้าเป็นบริษัทหรือนิติบุคคล ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ควรจด VAT แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์นั่นเอง

เอกสารและขั้นตอนที่ต้องเตรียมสำหรับการจด VAT

การจด VAT ธุรกิจใหม่ (ภ.พ.01) ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อให้ผ่านการตรวจสอบอย่างราบรื่น โดยเอกสารที่ใช้ในการจด VAT ร้านค้าใหม่ หรือ SME จด VAT มีดังนี้

เอกสารสำหรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • สัญญาเช่าสถานประกอบการ หรือเอกสารกรรมสิทธิ์
  • รูปถ่ายและแผนที่ตั้งร้าน/สำนักงาน

เอกสารสำหรับนิติบุคคล (บริษัท/หจก.)

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • เอกสารวัตถุประสงค์บริษัท
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ
  • สัญญาเช่าหรือเอกสารกรรมสิทธิ์สถานที่
  • รูปถ่ายสถานที่และแผนที่

ขั้นตอนการจด VAT

  1. ยื่น ภ.พ.01 พร้อมเอกสาร
  2. ตรวจเอกสารตัวจริงกับเจ้าหน้าที่
  3. ตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจ (บางกรณี)
  4. ออกใบทะเบียน VAT (ภ.พ.20)
  5. เริ่มยื่นแบบภาษี VAT ภ.พ.30 ทุกเดือน

การเตรียมเอกสารและขั้นตอนที่ครบถ้วน จะช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธและปรับแก้ย้อนหลัง

ค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการจด VAT

การจด VAT ธุรกิจใหม่ไม่มีค่าธรรมเนียมสูง แต่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร ค่าที่ปรึกษา ค่าเดินทาง โดยระยะเวลาโดยทั่วไปใช้ 1–2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร หากเอกสารไม่ครบ หรือข้อมูลผิดพลาด อาจต้องใช้เวลานานขึ้น และอาจมีโทษปรับหากยื่นล่าช้า

โทษสำหรับการไม่จด VAT หรือจด VAT ล่าช้า

กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจด VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้สะสมย้อนหลัง 12 เดือน เกิน 1.8 ล้านบาท หากเลยกำหนด จะถือว่า “จดล่าช้า” และอาจถูกปรับย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม เช่น เดือนที่ยอดขายรวมทำให้รายได้สะสมครบ 1.8 ล้าน คือ เดือนกันยายน ต้องยื่นจด VAT ภายใน 30 วันนับจากสิ้นเดือนกันยายนปีนั้น ๆ โทษปรับเมื่อ ไม่จด VAT ตามกำหนด มีหลายส่วน ทั้งค่าปรับและเงินเพิ่มที่สรรพากรกำหนด ดังนี้

  • รายได้ถึงเกณฑ์จด VAT แต่ไม่จดทะเบียน VAT ภายในกำหนด

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน/ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกประเมินให้จด VAT ย้อนหลัง

  • ถูกประเมินให้จด VAT ย้อนหลัง

กรณีมีรายได้เกินเกณฑ์แล้วไม่ได้จด เนื่องจากสรรพากรถือว่าผู้ประกอบการต้องเสีย VAT ตั้งแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์ ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องจ่าย VAT ย้อนหลัง 7% ของยอดขายที่เกิดขึ้นหลังเกิน 1.8 ล้าน แม้ตอนขายจะยังไม่ได้เก็บ VAT จากลูกค้า ก็ต้องรับภาระจ่ายแทน

  • เงินเพิ่ม

เงินเพิ่มเปรียบเสมือนดอกเบี้ยที่คิดจากการชำระภาษีล่าช้า หากนำส่ง VAT ไม่ครบหรือล่าช้า คิดอัตราเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของ VAT ที่ค้าง โดยคิดตั้งแต่วันที่ควรจ่ายภาษีจนถึงวันที่ชำระจริง และเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน การคำนวณเงินเพิ่มจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งโดยปกติคือวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไปจนถึงวันที่ชำระภาษีจริง

  • เงินปรับกรณีหลีกเลี่ยงภาษี

ผู้ประกอบการจดทะเบียนเจตนาหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกไปกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิ์  มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท เคสนี้มักใช้ในกรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยง เช่น ออกใบเสร็จไม่ตรงจริง แยกร้านหลอกเพดาน ฯลฯ

การวางแผน VAT สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต

  • ธุรกิจที่เติบโตเร็ว ควรประเมินรายได้ล่วงหน้าเพื่อจด VAT ตั้งแต่ต้น ลดความยุ่งยาก
  • ธุรกิจหลายสาขา ควรจด VAT ทุกสาขาหรือรวมสาขา ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ
  • ธุรกิจที่ขายออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ตรวจสอบว่ารายได้รวมจากทุกช่องทางเกิน 1.8 ล้านหรือไม่
  • จัดทำบัญชีแยกประเภท แนะนำให้มีบัญชีแยกสำหรับรายการที่เกี่ยวข้องกับ VAT เพื่อความสะดวกและตรวจสอบง่าย

บริการจด VAT โดยทีม PMP Group Solutions (Thailand) สำหรับธุรกิจใหม่

สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่ไม่มั่นใจเรื่อง จด VAT ร้านค้าใหม่ หรือไม่มีฝ่ายบัญชี PMP Group Solutions (Thailand) มีบริการครบวงจร

  • ให้คำปรึกษาเรื่องจด VAT ธุรกิจใหม่ และประเมินว่าเข้าข่ายเกณฑ์รายได้จด VAT หรือไม่
  • บริการจดทะเบียนบริษัทและจด VAT พร้อมกัน
  • บริการทำบัญชีและภาษีรายเดือน สำหรับ SME จด VAT
  • ช่วยเตรียมเอกสารและยื่นแบบภาษีครบวงจร

เรามีทีมงานมืออาชีพมีประสบการณ์กว่า 17 ปี มีประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ด้วยราคายุติธรรมและบริการด้วยความจริงใจ บริการนี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่ เริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงเสียภาษีเกินจำเป็น และบริหารบัญชีได้ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มกิจการ

FAQ

Q: ธุรกิจออนไลน์ต้องจด VAT ไหม?

A: หากยอดขายรวมเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี หรือมีลูกค้าที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ต้องจด VAT

Q: หากยอดขายปีแรกยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ควรจด VAT ธุรกิจไหม?

A: ควรพิจารณาบริบทต่าง ๆ เช่น หากซื้อสินค้าหรือบริการที่มี VAT มีลูกค้าเป็นบริษัท หรือวางแผนขยายเร็ว การจด VAT จะช่วยลดความยุ่งยากในอนาคต

Q: ร้านค้าหน้าบ้านเล็ก ๆ ต้องจด VAT ไหม SME จด VAT ไหม?

A: ถ้ายอดขายไม่ถึงเกณฑ์และไม่ได้อยู่ในกิจการต้องห้าม ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ถ้าต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า อาจพิจารณาจดล่วงหน้า

Q: ต้องยื่นภาษี VAT ทุกเดือนหรือไม่?

A: ใช่ ธุรกิจที่จด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน พร้อมนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามยอดขายและยอดซื้อ

Q: หากจด VAT ล่าช้า มีผลเสียหรือไม่?

A: มีโทษปรับย้อนหลัง และอาจต้องเสียภาษีพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ยื่นภายในกำหนด

Scroll to Top